วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม
Would you like to react to this message? Create an account in a few clicks or log in to continue.
วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

รวบรวมข้อมูลวัฒนธรรมและชาวต่างชาติ
 
บ้านบ้าน  Latest imagesLatest images  ค้นหาค้นหา  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)  

 

 โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้)

Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Admin
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 448
Join date : 20/10/2012
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ไม่มีรถเมล์ แถมอยู่ที่ Landlocked

โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้) Empty
ตั้งหัวข้อเรื่อง: โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้)   โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้) EmptySun Oct 28, 2012 11:04 am

โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้) Oriental-hotel01
ภายในโรงแรมโอเรียนเต็ล
ที่มาของคำว่าโฮเทล (Hotel) ในภาษาอังกฤษ
คำว่า hotel มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศสซึ่งแปลว่า คฤหาสน์ โรงแรมแห่งแรกในยุโรปคือ Hotel de Hanri IV (โฮเทล เดอ อองรี กัต) เมื่อปี ค.ศ. 1788 โดยในสมัยก่อนใช้คำว่า hôtel และภายหลังได้เปลี่ยนตัวโอมาเป็นโอปกติในภาษาอังกฤษเป็น hotel เหมือนปัจจุบัน
โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้) 343px-Burj_Al_Arab%2C_Dubai%2C_by_Joi_Ito_Dec2007
ภาพโรงแรมเบิร์จอัลอาหรับ โรงแรมที่สูงที่สุดในโลก
ประวัติโรงแรมสากล
โรงแรมเกิดขึ้นจากสมัยโบราณประมาณช่วงยุคกรีกโบราร ที่มนุษย์เริ่มเดินทางระหว่างเมืองไปมาหาสู่ โดยเดิมทีผู้เดินทางจะนอนตามถนนหรือนอนตามบ้านเรือนของประชาชนทั่วไป หรือ ตามศาสนสถาน โดยแต่เดิมเป็นการให้ที่พักพิง มีอาหารให้ตามอัตภาพ ไม่มีค่าบริการ จนกระทั่งมีคนหัวใสได้เปลี่ยนแนวคิดนี้ให้กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาโดยเริ่มต้นจาก เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี่ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1282 เมื่อสมาคมโรงแรมในสมัยนั้นถือกำเนิดขึ้น และได้เปลี่ยนแนวคิดจาก ไมตรีจิต มาเป็น ธุรกิจ และเริ่มมีการขายไวน์ อาหารง่ายๆ มีการใช้ระบบ ลงทะเบียนผู้เข้าพักขึ้น จนธุรกิจนี้แพร่หลายและทำกำไร จากนั้นไม่นานธุรกิจนี้จึงถือกำเนิดขึ้นและเริ่มแพร่หลายไปยัง ประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส จนถึง สหราชอาณาจักร การโรงแรม ได้มีพัฒนาการตลอดเวลา จากแต่เดิมที่มีห้องพักเพียงอย่างเดียว สำหรับนักเดินทางก็พัฒนา ให้มีความหรูหรา สะดวกสบาย มีการบริการที่ดี โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร โรงแรมเป็นที่ของผู้ดี และขุนนาง นักการเมืองเท่านั้น โดยโรงแรมที่มีชื่อเสียงเรื่องความหรูหรามากของสหราชอาณาจักร คือโรงแรมซาวอย (Savoy Hotel) ปี ค.ศ. 1880 ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวที่มี เครื่องกำเนิดไฟฟ้า โบสถ์ โรงละคร อยู่ในนั้น
โรงแรมไม่มีการพัฒนาไปไกลกว่า จนกระทั่ง นายเซซาร์ ริทซ์ (Ce'Sar Ritz) เป็นชาว สวิสเซอร์แลนด์ ผู้ซึ่งเป็นบิดาของการโรงแรมได้นำวิทยาการใหม่ๆมาใช้นั่นเอง
โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้) 320px-20080404-Vegas-MGMGrand-Day
ภาพโรงแรมเอ็มจีเอ็มแกรนด์ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถิติของโรงแรมในโลกนี้
โรงแรมที่สูงที่สุดในโลกคือ เบิร์จอัลอาหรับ ในเมือง ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีความสูง 321 เมตร
โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ เอ็มจีเอ็มแกรนด์ลาสเวกัส MGM Grand Las Vegas ใน ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา โดยมีจำนวนห้อง 5,690 ห้อง โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก 10 อันดับ อยู่ในลาสเวกัสถึง 9 อันดับ
โรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือ โรงแรมโฮชิ (法師) ที่บ่อน้ำร้อนอะวะซึ จังหวัดอิชิคะวะ ประเทศญี่ปุ่น เปิดทำการตั้งแต่ปี ค.ศ. 717 และยังคงดำรงกิจการมาถึงปัจจุบัน
โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้) 200px-Hoshi_Ryokan
ภาพโรงแรมโฮชิในปัจจุบัน
ประวัติการโรงแรมในประเทศไทย
ในอดีตแต่เดิมชาวสยามนั้นยังไม่มีโรงแรม แต่เมื่อจะต้องค้างในสถานที่ไกลๆ แล้วสามารถขอบ้านคนอื่นที่ไม่รู้จักกันพักได้ ต่างจากชาวเกาหลี จีน ญี่ปุ่น อิสราเอล ฯลฯ ที่ต้องมีโรงเตี๊ยมหรือโรงแรมในการพักสำหรับผู้เดินทาง แต่ทางผู้คนชาวสยามกลับมีความเป็นมิตรในคนแปลกหน้าเข้ามาพักในบ้านของตนได้ การโรงแรมในประเทศสยาม ได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร. 4 ซึ่งประชาชนมีการไปมาหาสู่กัน คนจีนที่เข้ามาที่สยามประเทศในเวลานั้นก็จะไปพักตามศาลาวัด ต่อมาเมื่อคณะทูตซึ่งมี สมเด็จพระราโชไทยเสด็จกลับจากยุโรป ก็ได้นำแนวความคิดของการสร้างโรงแรมมาพัฒนา จนกระทั่งเมื่อหนังสือพิมพ์รายปีของ หมอบรัดเลย์ (D.B.Bradley)
ฉบับปี พ.ศ. 2406 (ค.ศ. 1863) ก็ได้มีข้อความประกาศเปิดโรงแรมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นั่นคือ ยูเนี่ยน โฮเต็ล (Union Hotel) และ บอร์ดดิ้ง โฮเต็ล (Boarding Hotel)
ฉบับปี พ.ศ. 2407 (ค.ศ. 1864) ข้อความประกาศชื่อโรงแรม ยูเนี่ยน โฮเต็ล (Union Hotel) , โอเรียนเต็ล (Oriental) , ฟิชเชอร์ โฮเต็ล (Fisher's Hotel)
ฉบับปี พ.ศ. 2408 (ค.ศ. 1865) ข้อความประกาศชื่อโรงแรม ยูเนี่ยน โฮเต็ล (Union Hotel) และ โอเรียนเต็ล (Oriental)
ฉบับปี พ.ศ. 2409 (ค.ศ. 1866) ข้อความประกาศชื่อโรงแรม ยูเนี่ยนโฮเต็ล (Union Hotel)

จนมาถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 5 มีการปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่ให้มีความสะดวกสบายและหรูหรามากขึ้นกว่าเดิม มีการนำไฟฟ้าเข้าไปใช้ในโรงแรมเป็นครั้งแรกที่ โรงแรมโอเรียนเต็ล มีการเปิดห้องอาหารภายในโรงแรมแบบเต็มระบบและในรัชสมัยนี้เองธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยก็เฟื่องฟูขึ้น มีการเปิดโรงแรมต่างๆมากมาย เช่น ในปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) มีโรงแรมเปิดใหม่คือ Falck's German, Hamburg, Marien, Siam ในปี พ.ศ. 2414 (ค.ศ. 1871) Carter's, Norfolk

แต่โรงแรมทั้งหมดที่กล่าวไป สร้างขึ้นและบริหารงานโดยชาวต่างชาติทั้งสิ้น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2465 พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน เป็นโอรสองค์ที่ 35 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้บัญชาการ การรถไฟในสมัยนั้นได้สร้าง โรงแรมหัวหิน ขึ้นมา เป็นโรงแรมที่สร้างขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟ เป็นโรงแรมแรกที่สร้างขึ้นด้วยคนไทย มีคนไทยเป็นผู้บริหารงานและเป็นโรงแรมที่เป็นโรงแรมริมชายหาด
จาก
en.wikipedia.org
th.wikipedia.org
www.dek-d.com
www.intelliman.net
www.tripsthailand.com
ขึ้นไปข้างบน Go down
https://siamois-wenhua.thai-forum.net
 
โรงแรมสถานที่ที่สยามสมัยโบราณไม่มี (เพราะพักกันตามบ้านคนอื่นได้)
ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม :: สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างอิทธิพลต่างแดน-
ไปที่: