วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

รวบรวมข้อมูลวัฒนธรรมและชาวต่างชาติ
 
บ้านบ้าน  CalendarCalendar  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)  

Share | 
 

 กุหลาบมีหลักฐานเข้ามาเมืองไทยก่อนจดหมายเหตุเดอลาลูแบร์อีก !!!

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Admin
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 436
Join date : 20/10/2012
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ไม่มีรถเมล์ แถมอยู่ที่ Landlocked

ตั้งหัวข้อเรื่อง: กุหลาบมีหลักฐานเข้ามาเมืองไทยก่อนจดหมายเหตุเดอลาลูแบร์อีก !!!   Fri Oct 26, 2012 10:52 am


ที่มีของชื่อ “กุหลาบ”
คำว่ากุหลาบนั้นส่วนหนึ่งมาจากคำศัพท์มาจากภาษาฮินดี (गुलाब อ่านว่า กุ-ลาพ หรือคนไทยเราเรียกว่า คุ-ลาพ แล้วตอนหลังก็เป็นกุหลาบ) กุหลาบมาจากคำว่า "คุล" ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า "สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ" และเข้าใจว่าจากเปอร์เซียได้แพร่เข้าไปในอินเดีย เพราะในภาษาฮินดีมีคำว่า "คุล" แปลว่า "ดอกไม้" และคำว่า "คุลาพ" หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน แต่ออกเสียงเป็น "กุหลาบ" ส่วนคำว่า "Rose" ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า "Rhodon" ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก

ภาพขวามือคือ เซอร์ เลโอนาร์ด วูลลีย์
ชาวอังกฤษผู้ขุดพบหลักฐานดอกกุหลาบที่ประเทศอิรัก


ประวัติศาสตร์สากลของกุหลาบ
ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้ เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย
5,000 ปีที่ผ่านมาจากชนชาติสุเมเรียน (Sumerians) ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์บริเวณแม่น้ำไตกริส (Tigris) และยูเฟรติส (Euphrates) หรือประเทศอิรักในปัจจุบัน เซอร์ เลโอนาร์ด วูลลีย์ (Sir Leonard Woolley) นักโบราณคดีชาวอังกฤษได้พบหลักฐานที่เกี่ยวกับดอกกุหลาบ ในสมัยนั้นโดยได้ขุดค้นหลุมศพของกษัตริย์พบน้ำที่มีกลิ่นกุหลาบ นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับของชาวสุเมเรียน ซึ่งมีรูปทรงเป็นดอกกุหลาบทำด้วยทองประดับอยู่ กุหลาบเป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ ความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่านี้มีเฉพาะในแถบบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอดซีกโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย
ตามประวัติศาสตร์จีน กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรดิจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย
กุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ
กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม

ภาพเทวีวีนัส ขออภัยในภาพไม่เหมาะสมที่เลือกภาพนี้เพราะว่ามันมีดอกกุหลาบ

ตำนานดอกกุหลาบของกรีก
บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ (วีนัส) เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง

ภาพกุหลาบมอญ ซึ่งเป็นกุหลาบที่มีหลักฐานการเข้ามาเมืองไทย
ก่อนจดหมายเหตุเดอลาลูแบร์เสียอีก


ประวัติศาสตร์กุหลาบในสยาม
กุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา ได้กล่าวว่ากุหลาบและดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่พบได้เฉพาะในอุทยานวังหลวงเท่านั้น แต่ว่าคำกล่าวที่ว่ากุหลาบเข้ามาเมืองไทยประมาณสมัยสมเด็จพระนารายณ์นั้น ยังมีเก่าแก่กว่านั้นอีก นั่นคือประวัติของกุหลาบมอญ กุหลาบมอญ เป็นกุหลาบพันธุ์พื้นเมืองของหงสาวดี ที่จริงกุหลาบมอญมีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลางแล้วแพร่เข้ามายังมอญ สมัยก่อนหงสาวดีเป็นเมืองของชาวมอญ ไม่ใช่ชาวพม่า เมืองหงสาวดีถูกพม่ายึดตอนกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งแรก สมเด็จพระนเรศวรถูกนำไปเป็นตัวประกันที่ฝั่งพม่า เมื่อสมเด็จพระนเรศวรเสด็จกลับมาจากเมืองหงสาวดี และได้ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก ตัดความสัมพันธ์กับเมืองหงสาวดี ไม่ขอเป็นเมืองขึ้นใคร เป็นการประกาศอิสรภาพและได้ทรงนำต้นกุหลาบกลับมา จึงเรียกขานนามกุหลาบชนิดนี้ว่า "กุหลาบมอญ" ตามชื่อถิ่นของชนชาติเดิม ในสมัยรัตนโกสินทร์ เปลี่ยนคำเรียกหาเป็น ยี่สุ่น กุหลาบมอญเป็นพืชที่รู้จักแต่โบราณ เริ่มจากตุรกี นำไปปลูกยังประเทศในยุโรป และ ตะวันออกกลาง โดยมีอิหร่านเป็นศูนย์กลางการปลูก เพื่อผลิตน้ำมันกุหลาบมาหลายศตวรรษ ในคาบสมุทรบอลข่านและแถบเมดิเตอร์เรเนียน ดอกกุหลาบเป็นที่สนใจและปลูกกันอย่างแพร่หลายในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันกุหลาบพันธุ์ต่างๆเหล่านี้คงหายากหรือ
อาจสูญพันธุ์ไปแล้วเนื่องจากมีกุหลาบใหม่ ๆ ที่มีความสวยงามกว่าเข้ามาแทนที่ ทำให้พันธุ์เก่า ๆเสื่อมความนิยมลง

ส่วนวรรณคดีไทยเรื่องแรกที่กล่าวถึงดอกกุหลายคือ “กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก” สมัยพระอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงกุหลาบไว้ว่า

กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้ง เนืองนอง
หอมรื่นชื่นชมสอง สังวาส
นึกกระทงใส่พานทอง ก่ำเก้า
หยิบรอจมูกเจ้า บ่ายหน้าเบือนเสีย

ส่วนตำนานดอกกุหลาบไทย เรื่อง มัทนะพาธา ซึ่งเป็นบทละครพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ในเรื่องเล่าถึงเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ "มัทนา" ซึ่งนางได้มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ "สุเทษณ์" ซึ่งพระองค์ทรงหลงรักเทพธิดา "มัทนา" มากแต่นางไม่มีใจรักตอบ จึงถูกสาบให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบ เป็นวรรณคดีไทยที่คนไทยแต่งขึ้นเองไม่ได้เป็นวรรณคดีไทยที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศ ทุกอย่างในเรื่องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น

ประโยชน์ดอกกุหลาบ
กลีบดอกกลิ่นหอมเย็น บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ช่วยระบาย
กลิ่นกุหลาบจะช่วยกระตุ้นหน่วยความจำ ทำให้สมองไว-จำได้ดีขึ้นในวันรุ่งขึ้น ทีมนักวิจัยจากประเทศเยอรมันทำการศึกษาพบว่าดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบในระหว่างการนอนหลับ
ช่วยให้คนมีความจำดีขึ้นกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น

ขอขอบพระคุณภาพและข้อมูลจาก
en.wikipedia.org
th.wikipedia.org
ichris.ws
learners.in.th
lms.thaicyberu.go.th
sa.item.rakuten.co.jp
swu141km.swu.ac.th
www.bloggang.com
www.dsc.ac.th
www.panmai.com
www.rspg.org
www.youtube.com



_________________
เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://siamois-wenhua.thai-forum.net
 
กุหลาบมีหลักฐานเข้ามาเมืองไทยก่อนจดหมายเหตุเดอลาลูแบร์อีก !!!
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1
 Similar topics
-
» ชุมชนริมน้ำจันทบูร
» การอนุรักษ์ชุมชนริมน้ำจันทบูร
» ซึมเศร้า
» ครูศิลปะ
» อาชีพที่รวยเร็วที่สุด

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม :: พืชพรรณจากต่างแดน-
ไปที่: